สุทธิคุณ กองทอง หนุ่ม

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สะสมบุญเพื่อใช้ในภพหน้า อรัญญา มาลีนนท์




สะสมบุญเพื่อใช้ในภพหน้า อรัญญา มาลีนนท์


ความนับถือพระพุทธศาสนาสมัยอยุธยา ส่วนใหญ่มุ่งไปสู่เรื่องทำบุญ ทำกุศล สร้างวัดกันเรื่อยมา ส่งผลให้จ.พระนครศรีอยุธยา มีวัดในประวัติศาสตร์มากมาย หนึ่งในนั้นยังมีวัดที่ครอบครัวของ อรัญญา มาลีนนท์ หรือ "มาดามหลี" หวานใจบิ๊กบอสช่อง ๓ ประวิทย์ มาลีนนท์ ในฐานะเจ้าของหุ้นส่วนคลินิกความงาม "เดอร์มา เบลล์ (Derma Belle)" ได้สร้างเอาไว้เป็นของตระกูลด้วยเหมือนกัน

อรัญญา เล่าว่า ตามประวัติคนสมัยโบราณใน จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่มีการสู้รบกัน บ้านเมืองสงบสุข แต่ละคนไม่มีความเดือดร้อนอะไร คนส่วนใหญ่สมัยนั้นจะชอบสร้างวัดกัน สมัยที่เป็นเด็กก็ยังเคยเห็นญาติของคุณแม่มีการสร้างวัดเอาไว้ทำบุญของตัวเองด้วย มาวันนี้จำไม่ได้แล้วว่าชื่อวัดอะไร เพราะอายุได้ ๓ ขวบแม่ก็ย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าชีวิตที่ผ่านมาถูกปลูกฝังในเรื่องของธรรมะมาตลอด ตั้งแต่เป็นเด็กจะเห็นคุณแม่ทำบุญเป็นประจำ โดยท่านจะสอนเสมอว่า ทำดีได้ดี ทำดีเอาไว้แล้วจะได้ไปอยู่ในสรวงสวรรค์ หรือถ้าคนเราทำอะไรไม่ดีไว้ก็จะไม่ได้ไปสวรรค์ คำคุณแม่สอนก็ยังคงก้องอยู่ในหูมาตลอด จึงไม่กล้าที่จะทำอะไรที่ไม่ดี


หลังจากเติบโตแต่งงานกับคุณประชามีลูกก็จะสอนเขาแบบที่คุณแม่สอนเรา ส่งผลให้ลูกสาวคนโตมีความสนใจและชอบเกี่ยวกับธรรมะเหมือนแม่ไปแล้ว "ดิฉันบอกลูกเสมอว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราทำความดีอย่างไร และเราควรจะต้องปฏิบัติตนยังไง สิ่งที่ทำแล้วรู้สึกว่าดีก็จะพยายามสอนลูกทุกคนมาตลอด สิ่งสำคัญตลอดชีวิตที่ผ่านมาก็ไม่เคยลืมสวดมนต์เป็นประจำทุกวัน เพราะมองว่าการสวดมนต์นอกจากทำให้เราจิตใจสบายสงบแล้ว มีความรู้สึกคล้ายๆ กับว่า เราจะมีความทุกข์ยังไง มันก็จะมีทางออกแห่งความทุกข์ได้เสมอ" เธอเชื่อสวดมนต์ช่วยให้พ้นทุกข์


พร้อมกล่าวต่อว่า เบื้องต้นยังเป็นคนเชื่อในเรื่องของบุญและบาป ทั้งๆ ที่ตลอดชีวิตเรายังไม่เห็นว่าเมื่อเราจากโลกนี้ไปแล้วจะไปอยู่ในภพภูมิอะไร ชาติหน้ามีหรือไม่ยังไม่มีใครบอกได้แน่ชัด ด้วยความไม่ประมาทกับชีวิตภพหน้าเราจะเกิดเป็นอะไรก็ตาม ชาตินี้เราต้องทำความดี ทำบุญเติมบุญเอาไว้ก่อน เพื่ออนาคตในวันข้างหน้าเราจะเป็นอะไรเราก็ยังไม่รู้ได้ การทำบุญจึงเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งว่าเราได้สะสมบุญ อีกสิ่งหนึ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำคือไปหาพระอาจารย์เพื่อสนทนาธรรม โดยท่านสอนว่า ทำบุญให้จำไว้ ๓ อย่าง คือ ๑.ต้องทำด้วยความตั้งใจ บุญจะทำมากทำน้อยไม่เป็นไร ๒.ระหว่างถวายของหรือทำบุญจิตเราต้องน้อมไปด้วย ไม่ใช่สักแต่ว่าจะถวายไปแบบจิตไม่นิ่งหรือไม่สนใจบุญที่ทำ ๓.แผ่ส่วนบุญกุศลที่ทำด้วย ไม่ใช่ทำแล้วไปหวงบุญไม่แบ่งปันให้ใครอย่างไรก็ตาม ชีวิตครอบครัวมีความสุขได้ทุกวันนี้ต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกองค์ที่เรานับถือ


ส่วนคำสอนของพระพุทธเจ้าทำให้กลับมาคิดต่อว่า คนเรามีจิตใจอยู่สองประเภทในร่างกาย สังเกตจากบางครั้งทำอะไรไม่ดี ก็เหมือนมีอีกตัวมาเตือน ให้ทบทวนกับสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้องหรือผิดอย่างไร ถ้าเราปล่อยให้ตัวไม่ดีชนะจิตใจเรา ตัวที่ดีก็ยังหลบอยู่ข้างใน ดังนั้น เราต้องพยายามเอาตัวที่ดีออกมาสู้กับตัวไม่ดี บางคนอาจเรียกเจ้ากรรมนายเวร เช่น ไปเดินช็อปปิ้งใจเราอยากได้กระเป๋าใบหนึ่งมาก ความอยากได้พอไม่ได้ก็ทำให้จิตใจเป็นทุกข์ พาให้จิตเราคิดแล้วคิดอีก ความอยากกำลังครอบงำ ทำให้ตัวเองคิดทบทวนกลับมาว่า ถ้าเราได้กระเป๋าใบนี้ขึ้นมาเมื่อไร แสดงว่าเรากำลังแพ้ใจตัวเอง แพ้ความอยากมันคือกิเลสนั่นเอง เมื่อคิดได้ว่า ถ้าไม่ได้กระเป๋าใบนั้นก็ทำให้เราไม่ทุกข์ใจ ทำได้แบบนี้เหมือนเป็นการปล่อยวางไม่ยึดติดกับสิ่งของเหล่านั้น เพราะชีวิตจะมีความสุขได้ก็ขึ้นอยู่ที่ใจเราเท่านั้น



สำหรับพระเครื่องไม่ได้แขวนติดตัว แต่ถ้าเดินทางไปไหนก็ตาม จิตจะนึกถึงพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ และพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วจะอธิษฐานถึงท่านให้ช่วยคุ้มครอง เชื่อไหมว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องอุบัติเหตุอะไรเลย อรัญญา กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า "สิ่งสำคัญที่อยากฝากเอาไว้ก็คือ คนเราอย่าดูถูกตัวเอง บางคนชอบคิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่สวย ไม่หล่อ ตรงนี้ก็พยายามสอนลูกว่า เราเองจะทำให้เราดี เราสวยได้หมด อยู่ที่ใจเราต่างหากว่าเราจะทำไหม ถ้าเราดูตัวเราไม่ดี เพราะเราเกิดกันมาดีไม่ดีมันขึ้นอยู่ที่กรรมเก่า ถ้าชาตินี้เรารู้ว่าเราไม่ดี เราก็จงทำกรรมดี สะสมบุญไว้ เชื่อว่ากรรมดีเหล่านั้นจะสนองกลับไม่วันใดก็วันหนึ่ง หรือไม่ภพใดก็ภพหนึ่งแน่นอน"


สุทธิคุณ กองทอง สรณะ-คนดัง

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรการทดลองภายในNANMEEBOOKS Learning Center ศูนย์การเรียนรู้แบบ 360 องศา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรการทดลองภายในNANMEEBOOKS Learning Center ศูนย์การเรียนรู้แบบ 360 องศา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรอุปกรณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ในศูนย์วิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ ภายใน NANMEEBOOKS Learning Center โดยมี สุวดี จงสถิตย์วัฒนา (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ให้การต้อนรับ และ มร.ฮันส์-เฮนนิง ลังคิทช์ ถวายคำแนะนำการทดลอง ในโอกาสทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิด “NANMEEBOOKS Learning Center (นานมีบุ๊คส์เลิร์นนิงเซ็นเตอร์)” ศูนย์การเรียนรู้แบบ 360 องศา ณ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด สุขุมวิท 31 (สวัสดี)

###

ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สุวิสา วิฑิตกพัทธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด

โทร. 0-2662-3000 ต่อ 5233, 084-1065091

pr@nanmeebooks.com







สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรการทดลองภายในNANMEEBOOKS Learning Center ศูนย์การเรียนรู้แบบ 360 องศา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรอุปกรณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ในศูนย์วิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ ภายใน NANMEEBOOKS Learning Center โดยมี สุวดี จงสถิตย์วัฒนา (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ให้การต้อนรับ และ มร.ฮันส์-เฮนนิง ลังคิทช์ ถวายคำแนะนำการทดลอง ในโอกาสทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิด “NANMEEBOOKS Learning Center (นานมีบุ๊คส์เลิร์นนิงเซ็นเตอร์)” ศูนย์การเรียนรู้แบบ 360 องศา ณ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด สุขุมวิท 31 (สวัสดี)

ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สุวิสา วิฑิตกพัทธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด

โทร. 0-2662-3000 ต่อ 5233, 084-1065091

pr@nanmeebooks.com


วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คนดังยึดเศรษฐกิจพอเพียง และทำความดี...เพื่อในหลวง





คนดังยึดเศรษฐกิจพอเพียง และทำความดี...เพื่อในหลวง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

"ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท และมุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และของประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน และดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา และตามแนวทางในพระบรมราโชวาทตลอดไป"

ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ

“ชีวิต ของผมตั้งใจเดินตามพระยุคลบาทขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินผิดไม่คิดจนตัวตาย มีแต่ความเจริญทั้งนั้น ไม่เจริญกับเรา ก็เจริญกับประเทศชาติ เจริญกับประชาชนผู้ยากจน เจริญกับวงศาคณาญาติหรือครอบครัวของเรา เพราะว่าเดินตามพระองค์ท่าน ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตไม่โกงกินแผ่นดิน และต้องไม่โกงกินผู้อื่น และต้องทำงานด้วยความเต็มใจทำ แล้วก็ต้องรักแผ่นดินให้อยู่เหนือตัวเราเอง เค้าจะเรียกว่าทาสของแผ่นดิน”

อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ

“ท่านเป็นในหลวงที่เหนื่อยที่สุดใน โลก ทรงงานหนักมากขนาดนี้แต่กลับถูกคนที่เห็นแก่ตัวไม่กี่คนปลุกระดมคน ฉะนั้นถ้าผมจะทำอะไรได้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ยอม”

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

“ผมบอกได้เลยว่าอย่าไปกลัวครับ เพราะว่าศีรษะของผมได้ถวายให้ในหลวงไปแล้วครับ คนที่เกลียดในหลวง...ก็คือคนที่เป็นศัตรูกับผมแค่นั้นเอง ใครมาด่าพ่อ เราเป็นลูกเราก็ต้องปกป้อง ถามว่าผมผิดตรงไหน ฉะนั้นใครก็ตามที่ด่า เขาก็อยู่ตรงกันข้ามของผมแค่นั้นเอง”

ว.วชิรเมธี

"ใครถูกบึ้งกัด" พอทราบตัวคนที่ถูกบึ้งกัดแล้ว พระองค์ก็ทรงจับมือเลย ทรงควักยาหม่องออกมาทา ๆ ที่ข้าราชบริพารคนนั้น ทาเสร็จแล้วทรงนวดด้วย เจ้าหน้าที่งงเป็นไก่ตาแตก เพิ่งเคยเห็นในหลวงทายาหม่องให้ข้าราชบริพาร แถมยังทรงนวดให้อย่างดีด้วย นวดเสร็จแล้วทุกคนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ จะขอบคุณก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยได้แต่ยืนน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใจ

สุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้

“ผมได้จัดทำโครงการ “ป่าในเมืองเพื่อการศึกษากล้ายิ้ม” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา โดยจะมุ่งเน้นการจัดทำแปลงเพาะพันธุ์ไม้รวม 84 แห่งในสถาบันการศึกษาและศาสนสถานทั่วประเทศ”

บุญญสรณ์-คชาพัฒน์ เรืองธิติภาคย์ นักธุรกิจร้อยล้าน

“อยากให้คนไทยแสดงความเคารพรักต่อในหลวง”


สมศักดิ์ ฉัตรทวีศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ-เจ้าของแบรนด์ Crocodile

“ผมได้จัดทำแคมเปญ รวมพลังให้กึกก้อง...ทั่วแผ่นดิน ด้วยการจัดทำเสื้อรุ่นพิเศษ Crocodile-เรารักในหลวง” เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่ ในหลวง พ่อของแผ่นดิน โดยมอบเงินรายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อการพัฒนาประเทศ ตามโครงการพระราชดำริ”

แอนดี้ เขมพิมุก พิธีกร รายการ “ฉันรักเมืองไทย”

“ผมมีความประทับใจหลายๆ อย่างมาก โดยเฉพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง บางคนอาจทำไม่ได้และคิดว่าคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงอาจหมายถึง งก ผมจะบอกว่าภารกิจที่พระองค์ท่านได้ทำเพื่อคนไทยมากมายนับไม่ถ้วนนั้น ผมมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีประโยชน์หมด อย่างแนวทางที่ท่านบอกให้เราปลูกต้นไม้คนละ1 ต้น 60 ล้านคนก็ 60ล้านต้น เพื่อสิ่งแวดล้อมเพื่อธรรมชาติของเรา ธรรมชาติก็คือมนุษย์เราหันมาเอาใจใส่บ้าง หรือเรื่องน้ำในหลวงบอกน้ำคือทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าคนไทยขาดน้ำก็จะไม่มีความอุดมสมบูรณ์”

บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์

“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง บีเชื่อนะว่าถ้าคนไทยทำตามแนวทางของพระองค์ท่านทุกคนจะมีความสุข มีกินมีใช้ เพราะบีเชื่อคนไทยทุกคนรักในหลวง มีเท่าไหร่ให้ใช้เท่านั้น อย่าไปละโมบโลภมาก หรืออยากได้อยากมี เราอยู่อย่างพอเพียงชีวิตจะมีความสุขและแฮปปี้แน่นอน”

คุณเชิญ บุฟเฟต์มังสวิรัติ 100 เมนู

















นิตยสาร WhO?

เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ พงษ์พันธ์ แพเพ็ชร


คุณเชิญ

บุฟเฟต์มังสวิรัติ 100 เมนู


เทศกาลกินเจเวียนมาถึงอีกปีหนึ่งแล้ว ผู้รักสุขภาพที่อยากทำบุญด้วยการงดเว้นเนื้อสัตว์ เรามีร้านอาหารมังสวิรัติสไตล์ใหม่มาแนะนำ


ดูจากภายนอกที่เรียบง่ายของบ้านสองชั้นสีฟ้าอ่อน อาจนึกไม่ถึงว่าที่นี่คือร้านอาหาร และไม่ใช่ร้านอาหารธรรมดาทั่วไปแบบที่มีกันดาษดื่น เพราะร้าน “คุณเชิญ” บนถนนงามวงศ์วาน เป็นบุฟเฟต์อาหารมังสวิรัตที่มีให้้เลือกกว่า 100 รายการ ซึ่งคุณเอ-เชิญจุติ มณเทียรมณี เจ้าของร้าน รับประกันว่าใช้แต่วัตถุดิบชั้นดี สดใหม่ สะอาด ปลอดจากสารพิษต่างๆ นอกจากนี้ยังมีผักพื้นบ้านที่หารับประทานยากมาให้ได้ลิ้มลองกันด้วย

ไม่เพียงบรรยากาศภายนอกที่ดูเรียบง่าย สบายๆ ภายในร้านก็กว้างขวาง สบายตาด้วยการตกแต่งที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ผสานกลิ่นอายความอบอุ่นเป็นกันเองด้วยการดูแลลูกค้าเสมือนเป็นคนในครอบครัว

คุณเอเล่าถึงที่มาของร้านอาหารมังสวิรัติสไตล์บุฟเฟต์ของเธอว่า เริ่มจากทำอาหารมังสวิรัติเลี้ยงผู้เข้าร่วมวิปัสสนากรรมฐานกับคุณแม่สิริ กรินชัย สมัยบริหารโรงแรมนิวเศรษฐกิจที่เชียงใหม่ ต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ปี ด้วยความที่คุณแม่ของเธอ (สุภาพร มณเฑียรมณี) เป็นคนชอบทำอาหาร จึงเกิดไอเดียสร้างสรรค์เมนูมังสวิรัติใหม่ๆ ขึ้นเรื่อยๆ โดยเน้นเป็นอาหารไทยและจีน กระทั่งมีคำชมถึงรสชาติไม่ขาดปาก บางรายถึงขนาดถามว่าทำไมไม่เปิดร้านให้เป็นเรื่องเป็นราว ทางครอบครัวจึงปรึกษาหารือกัน จนเกิดเป็นร้านคุณเชิญสาขาแรก ติดกับโรงแรมที่เชียงใหม่ ก่อนขยายสาขาไปที่นิมมานเหมินท์ ซอย 11 เมื่อเลิกทำโรงแรมก็ย้ายสาขาแรกมารวมกันที่นิมมานฯ และปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่ ซอย 15

จนเมื่อคุณเอย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ จุดกำเนิดของร้านคุณเชิญสาขา กทม. จึงเริ่มขึ้น แรกทีเดียวเปิดร้านที่สาทร ซอย 10 ติดกับโรงเรียนอนุบาลชวนชื่น แต่ก็ต้องปิดไปเมื่อหมดสัญญาเช่า กระทั่งซื้อบ้านอยู่แถววงแหวนรอบนอก เลยได้ฤกษ์เปิดร้านใหม่ใกล้กับโรงเรียนโพลีเทคนิคกาญจนาภิเษก ย่านศาลาธรรมสพน์ ไม่นานก็เปิดสาขา 3 ที่ชั้น G แบ็งคอกเมดิเพล็กซ์ สุขุมวิท 42 และสาขาน้องใหม่ล่าสุดที่งามวงศ์วาน เป็นบุฟเฟต์มังสวิรัติ 100 เมนู แห่งแรก แห่งเดียวในกรุงเทพฯ

“แรกๆ พอพูดถึงมังสวิรัติ ทุกคนจะติดภาพเต้าหู้ ถั่วงอก แล้วก็ร้องยี้ไม่เอา พอมาเป็นบุฟเฟต์อาหารก็หลากหลาย เชื่อว่าคุณจะต้องชอบไม่จานใดก็จานหนึ่งแน่ๆ ถ้าไม่กินเผ็ด เราก็มีจานจืดให้ ไม่กินผัก เราก็มีจานเห็ด จานเต้าหู หรือของทอดก็มีไว้ให้ ใครไม่กินแกงกะทิ เราก็มีแกงที่ไม่ใส่กะทิ ทุกวันนี้เลยต้องมีทั้งแกงเผ็ด แกงกะทิ แกงจืด ผัดผัก และยำ เป็นเมนูหลัก รวมทั้งขนมจีนน้ำยา น้ำเงี้ยว ข้าวซอย มีของหวาน มีน้ำสมุนไพร คนที่กินเจก็มาได้ แค่ไม่ต้องสั่งเมนูที่ใส่ไข่เท่านั้นเอง” คุณซี-เชิญปิติ มณเฑียรมณี น้องสาวคุณเอที่ช่วยดูแลร้านคุณเชิญสาขางามวงศ์วาน ยืนยันถึงความหลากหลายของเมนูบุฟเฟต์มังสวิรัติที่อยากให้ไปลองลิ้ม

ใครจะกินเจ กินมังสวิรัติ หรือแค่เบื่ออาหารหนักๆ ลองแวะไปชิมจานอร่อยเพื่อสุขภาพของ “คุณเชิญ” ได้ทุกวัน เพราะนอกจากอร่อยอิ่มท้องแล้ว ยังอิ่มใจ อิ่มบุญ เข้ากับเทศกาลอีกด้วย

ร้านคุณเชิญ 88/31 หมู่ 2 ถ.งามวงศ์วาน ซอย 6 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.30-14.30 น. และเวลา 17.00 – 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2951-9529 และ 08-2581-4456

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ผลงานคุ้กบุ๊กเล่มแรกในชีวิตของ “เชฟเอียน” พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย เชฟไทยระดับโลก






จากซ้ายไปขวา 1.เอมอร เรืองจรุงพงศ์ ผู้จัดการทวั่ ไป บริษัท Seagull
2.องอาจ สุขเลิศกมล ผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ายการค้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 3.เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย
4.อุษณีย์ วิรัตกพันธ์ุ บรรณาธิการอานวยการ บมจ.อมรินทร์พริน้ ตงิ้แอนด์พับลิชชิ่ง
5.ซาร่า เฉลิมกิตติชัย ภรรยาเชฟเอียน และกรรมการผู้จัดการบริษัท คิวซีน คอนเซ็ปต์ จากัด
6.องอาจ จิระอร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานหนังสือเล่ม บมจ.อมรินทร์พริน้ ตงิ้แอนด์พับลิชชิ่ง



เปิดตัวหนังสืออาหารสุดเจ๋ง กับสำนักพิมพ์อมรินทร์ CUISINE เปิดตัวหนังสือ CHEF IAN’S KITCHEN REVEALED BY CHEF ‘IAN KITTICHAI’ ผลงานคุ้กบุ๊กเล่มแรกในชีวิตของ “เชฟเอียน” พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย เชฟไทยระดับโลก พร้อมสาธิตเมนูแบบฉบับ My Interpretation Style CHEF IAN’S KITCHEN REVEALED BY CHEF ‘IAN KITTICHAI’

เชฟเอียน-พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย เชฟไทยเจ้าของร้าน KITTICHAI อันโด่งดังในหลายประเทศ ผลงานคุ๊กบุ๊กของเชฟเอียนเล่มนี้ นับเป็นการถ่ายทอดสูตรลับอาหารไทยที่เชฟคิดค้นดัดแปลงใช้วัตถุดิบหลายชนิดมาใส่ในแต่ละเมนู พร้อมการตกแต่งจัดวางอย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“นิยามอาหารไทยของผม ขอเรียกว่าเป็นอาหารไทยแบบฉบับ My Interpretation Style คือการนำประสบการณ์การทำอาหารมาช่วยตีความหมายและคิดต่าง ผมได้ทำงานกับเชฟหลากหลายสไตล์ จึงนำเทคนิคที่เรียนรู้มาผสมผสานจนเกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ มาเป็นอาหารไทยในสไตล์ของผมเองอย่างเมนูในหนังสือเล่มนี้ เป็นอาหารไทยที่ทุกคนรู้จักดี และทำง่าย เช่น ยำ พะแนง หรือแกงต่างๆ โดยผมจะดัดแปลงส่วนผสม และพรีเซนต์อาหารให้ออกมาในรูปแบบที่ทันสมัยและกินง่าย ถือเป็นการเพิ่มประสบการณ์พิเศษในการทำอาหารให้กับคนรักการทำอาหารด้วย การทำอาหารไทยในแบบของผม ไม่ได้หมายถึงการทำแกงเขียวหวานแบบฟิวชั่น แต่ยังคงความเป็นแกงเขียวหวานไว้ทุกอย่าง แต่เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบชั้นดี

เขายกตัวอย่าง เนื้อวากิวที่นุ่มเป็นพิเศษ หรืออย่างกระทงทอง ก็จัดเสิร์ฟมาในกระทงทองจริงๆ เพื่อให้คนชิมได้รู้ถึงที่มาที่ไปของกระทงทอง สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องจำไว้ว่า คุณจะเป็นพ่อครัวหรือแม่ครัวที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าทำอาหารออกมาแล้วคนกินไม่ได้ นอกจากการเปลี่ยนวัตถุดิบบางอย่างแล้ว การจัดวางบนจานก็สำคัญ เพราะฝรั่งปรุงไม่เป็น เขาไม่สามารถปรุงรสให้เปรี้ยว หวาน หรือเผ็ดตามชอบใจได้ ผมจึงต้องจัดวางเป็นคำๆ ให้พร้อมกินได้เลย เพื่อให้เขาได้กินแบบที่ไทยเรากิน เราต้องการสอนให้เขารู้จัก และสัมผัสประสบการณ์การกินแบบไทยแท้

จากความสำเร็จของการสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยไปสู่ระดับโลก เชฟเอียนกล่าวถึงเสน่ห์ของอาหารไทยว่า “อาหารไทยเป็นอาหารที่มีเสน่ห์มาก เอกลักษณ์ของอาหารไทยอยู่ที่การใช้เครื่องเทศสดช่วยให้อาหารและเครื่องปรุงที่ใส่ลงไป ออกรสจนได้รสชาติที่กลมกล่อม อีกสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คือ รสชาติ อาหารไทยหนึ่งจานมีถึงห้ารสด้วยกัน ทั้งเปรี้ยวหวาน มัน เค็ม เผ็ด ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นความกลมกล่อมที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้สิ่งที่จะทำให้อาหารไทยอร่อยยิ่งขึ้น คือ การใส่ประสบการณ์ และความสนุกลงในจานอาหาร เพื่อให้คนกินสามารถจดจำความสนุกสนานและรสชาติอาหารจานนั้นๆ เวลาจัดเสิร์ฟก็บอกเล่าถึงที่มาที่ไปสักเล็กน้อย แน่นอนว่าประสบการณ์ ความสนุกสนานบนโต๊ะอาหารจะเกิดขึ้น ตามมาด้วยเรื่องรสชาติ และผมมั่นใจว่าภาพความประทับใจและรสชาติจะยังคงอยู่ในความทรงจำของเขาไปอีกนาน


Manapah Pongtanesuan (Elle)

Brand Communication Executive - Pocketbook
Amarin Printing and Publishing Co., Ltd.
Tel. 02-422-9999 # 4187 ,081-771-1517

ผู้บริหาร ศูนย์เฟโนเมนตา ประเทศเยอรมัน เดินทางถึงเมืองไทย พร้อมร่วมงานเปิด NANMEEBOOKS Learning Center ศูนย์การเรียนรู้แบบ 360 องศา



ผู้บริหาร ศูนย์เฟโนเมนตา ประเทศเยอรมัน เดินทางถึงเมืองไทย พร้อมร่วมงานเปิด NANMEEBOOKS Learning Center ศูนย์การเรียนรู้แบบ 360 องศา



สุวดี จงสถิตย์วัฒนา (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ต้อนรับ มร.ฮันส์-เฮนนิง ลังคิทช์ (ซ้าย) คณะกรรมการศูนย์เฟโนเมนตา ประเทศเยอรมนี และภรรยา ผู้สนับสนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ในศูนย์วิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นศูนย์ 1 ใน 3 ของ NANMEEBOOKS Learning Center พร้อมด้วยคุณโยอาคิม เฮคเคอร์ (ที่ 2 จากซ้าย) นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ในโอกาสเดินทางมาร่วมพิธีเปิด NANMEEBOOKS Learning Center ศูนย์การเรียนรู้แบบ 360 องศา โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณา เสด็จฯ เป็นองค์ประธาน ในวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2554 เวลา 15.00 น. ณ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี)




ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สุวิสา วิฑิตกพัทธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด

โทร. 0-2662-3000 ต่อ 5233, 084-1065091

pr@nanmeebooks.com