สุทธิคุณ กองทอง หนุ่ม

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

ศิลปินไทย-ปินส์ จัดคอนเสิร์ตใหญ่หารายได้ช่วยเหลือเหยื่อไต้ฝุ่นเซนดองที่ฟิลิปปินส์





ศิลปินไทย-ปินส์ จัดคอนเสิร์ตใหญ่หารายได้ช่วยเหลือเหยื่อไต้ฝุ่นเซนดองที่ฟิลิปปินส์

ศิลปินไทย-ฟิลิปปินส์ รวมพลังจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อหารายได้ช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมในดินแดนตากาล็อก

คอนเสิร์ต “Harmony and Hope” จัดขึ้นโดย Bayanihan sa Bangkok (Bayanihan มีความหมายว่า “การบริการชุมชน” ในภาษาฟิลิปปินส์) เป็นการรวมตัวของศิลปินมากมายจากหลายประเทศ ได้แก่ คุณชมพู ฟรุ๊ตตี้ ดิว the Star กวาง the Star นักร้องลูกครึ่งไทย-ฟิลิปปินส์ ไมเคิล สวัสดิ์เสวี นักร้องโซปราโนจากอินโดนีเซีย แคทเธอรีน ฮาร์โซโน และลูกสาว นิโคล ผู้มีเสียงร้องแบบเมซโซ-โซปราโน ยูจีน ยูสตาควิโอ นักร้องโอเปราชาวฟิลิปปินส์ พร้อมกับเหล่าศิลปินรุ่นเยาว์จากโรงเรียนสอนศิลปะการแสดงและขับร้อง PlayAct Songsterมาร่วมโชว์ลีลา อาจารย์ Mariejoy San Buenaventura จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล วงดนตรีอะคูสติกจากโรงเรียนดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก วงดนตรี P.I.N.C จากฟิลิปปินส์ นักร้องเสียงดีรุ่นใหญ่ เคท เพน และโอลลี โกรอสป์ คู่หูนักร้องนักเปียโน จิโอวานนี ซอร์นิโต้ และเดฟ จอน เฟบ กลุ่มนักเต้น Sleizr & Company วงดนตรี Soundasation จากโรงแรมเวสติน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ และกลุ่มนักร้อง Harmony & Hope

คอนเสิร์ตรวมศิลปินไทย-ฟิลิปปินส์จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2555 ที่หอประชุมสถาบันสอนภาษา เอยูเอ ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ โดยแบ่งการแสดงเป็น 2 รอบ คือ รอบ 15.00 น. และ 18.00 น. โดยคุณชมพู ฟรุ๊ตตี้ ดิว the Star และกวาง the Star จะมาร่วมแสดงรอบเดียว คือ 18.00 น.

ทั้งนี้คอนเสิร์ต “Harmony and Hope” สนับสนุนโดยบริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ฯ สำนักงานทูตความดีแห่งประเทศไทย บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด บริษัท เอไทม์มีเดีย จำกัด และสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา

งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ลิงลีไง เอฟ. ลาคันลาเล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่การทูตจากฟิลิปปินส์มาร่วมงานอย่างคับคั่งอีกด้วย

รายได้จากทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนเซนดอง ที่พัดถล่มเมืองคากายัน เด โอโร่ และอิลิกัน บนเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ พายุโซนร้อนเซนดองได้ทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันและดินถล่มสร้างความเสียหายอย่างมาก ในเดือนธันวาคม 2554 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน ขณะที่อีกหลายพันคนยังไร้ที่อยู่อาศัย ต้องอยู่ในศูนย์พักอพยพมานานแล้วถึง 3 เดือน

บัตรมีจำหน่ายแล้วในราคา 1,000 บาท 500 บาท และ 300 บาท ติดต่อซื้อบัตรได้ที่คุณวุฒิโย โทร. 089 866 4415 โดยสามารถโอนเงินเข้ามาที่ ชื่อบัญชี “มูลนิธิธรรมดี” ธนาคารกสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ เลขที่ 026-2-25377-7 และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ www.dmgbooks.com และอีเมล์ wutthiyo@dcconsultants.co.th

ประสานงาน : วุฒิโย จันทร์เจ้าฉาย 089 866 4415

บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์แอนด์มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่น จำกัด


Yours sincerely,

Wutthiyo Chanchaochai (Yoh)


Assistant to CEO


DC Consultants and Marketing Communications Ltd


Amarin Plaza, Level 22, 496-502 Ploenchit Road, Lumpini,


Pathumwan, Bangkok 10330


Direct Line: (662) 610 2376 Mobile: (668) 9866 4415


Tel: (662) 610 2364-5 Fax: (662) 610 2345-6


http://www.dcconsultants.co.th


Follow


me: http://www.twitter.com/wutthiyo,


http://www.facebook.com/wutthiyo

จารุณี สุขสวัสดิ์ มังกรพ่านฉลุย /หมอนิด กิจจา





จารุณี สุขสวัสดิ์

มังกรพ่านฉลุย


ดวงของ เปิ้ล-จารุณี สุขสวัสดิ์ เกิดวันที่12 กุมภาพันธ์ 2505 วันจันทร์ ปีขาล มีดิถีธาตุทอง ฤดูใบไม้ผลิ ปี 2555 ดิถีธาตุุน้ำและธาตุดินให้คุณ

เจ้าชะตาส่งผลให้สมหวังทุกประการและมีผลงานมากขึ้น เรียกว่าแรงจนและการเงินฉลุย แต่จะดีเพียงปีเดียวเท่านั้น จึงต้องรีบกอบโกยให้เต็มที่ ปี 2556 ระวังสุขภาพหรือญาติผู้ใหญ่เจ็บป่วย หากขับรถต้องระวังอุบัติเหตุ นับว่าโชคดีที่ฐานดวงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องรักษาคุ้มครอง


ปี 2556-2559 เป็นปีเคราะห์ ธาตุทองของเจ้าชะตาถูกธาตุไฟเล่นงานเต็มๆ จึงอย่าประมาทในระยะเวลา 4 ปีนี้ ซึ่งดาวเคราะห์เข้ามาเล่นงานดวง แนะนำให้เจ้าชะตาสะเดาะเคราะห์ ทำบุญ ปล่อยปลา ถ้าใครชวนลงทุนหรือคิดจะลงทุนใดๆ ขอให้หยุดไว้ก่อน ถ้าฝืนทำจะเกิดความเสียหายและเครียด ระวังผู้ไม่หวังดีจะทำให้เสื่อมเสีย
ชื่อเสียงหรือหาเรื่องให้ว้าวุ่นใจ การเงินต้องระวัง เพราะมีดวงเสียเงินตลอด อย่าให้ใครหยิบยืมเงิน เพราะจะไม่ได้คืน

ในช่วงระหว่างปีดังกล่าวแนะนำให้ใส่บาตรพระพร้อมน้ำดื่มด้วยทุกครั้ง ไหว้
พระประธานที่หันหน้าออกไปทางแม่น้ำหรือทะเล สวดมนต์และทำสมาธิ‘บ่อยๆ จะช่วยให้หนักเป็นเบา

ใครคิดล้มเจ้า?... บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ชักธงรบ “ยอมตายเพื่อในหลวง”



นิตยสาร WhO?

เรื่อง : สุทธิคุณ กองทอง ภาพ : ชวรินทร์ เผงสวัสดิ์ แต่งหน้า : บัณฑิต บุญมี

สถานที่ : ร.ร.เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ


ใครคิดล้มเจ้า?...

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ชักธงรบ “ยอมตายเพื่อในหลวง”

ใครล้มเจ้า...เจอกู!.. นี่เป็นคำตอบโต้กลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จากปากของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อดีตพระเอกชื่อดัง ที่ออกมาตอบโต้กลุ่มคนที่สร้างความแตกแยกให้กับสังคม โดยเฉพาะบุคคลที่นำภาพและข้อเขียนหมิ่นสถาบัน ที่ทนดูไม่ได้เลยต้องออกมาปกป้อง แม้จะถูกแบนหนัง ปัญญ…เรณู ภาค 2 ก็ตาม


กระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากบนโลกออนไลน์ที่มีอดีตพระเองชื่อดัง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อดีตพระเอกตุ๊กตาทอง ผู้กำกับภาพยนตร์ ปัญญา...เรณู ภาค 2 ที่เขียนข้อความตอบโต้กลุ่มคนไม่หวังดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในเฟซบุ๊คของเขาอย่างดุเดือด “ไอ้พวกสัตว์นรกชอบทำความแตกแยกคนไทยด้วยกัน..คนที่แม่งพูดบอกว่าประชาชนปลดรูปลงหมดแล้ว..ปลดรูปโคตรพ่อโคตรแม่มึงนะลงเอากระทืบไงไอ้สัตว์..พวกมึงไม่รู้สำนึกแล้วยังมาหน้าด้านอยู่ประเทศไทยทำไม..กูบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ถ้าใครข้องใจ..แต่อย่าหน้าตัวเมียน่ะเจอกูได้ทุกเวลา..เปิดตัวออกมาไอ้เหี้ย!!” ด้วยประเด็นที่ร้อนแรงอย่างนี้ WhO? เลยไปถามถึงความรู้สึกกับความในใจที่รักในหลวงจนประกาศยอมแลกด้วยชีวิต...


//รักในหลวงยิ่งชีพ

ยามบ่ายกว่าๆ ที่ ร.ร.เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ได้นัดพูดคุยเปิดใจใน ทุกประเด็นกับคุณบิณฑ์ โดยเจ้าตัวเข้ามาทักทายกล่าวน้ำเสียงจริงจังชีวิตนี้ ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว “มันก็เป็นธรรมดาของสัตว์โลกที่มีคนทั้งรักทั้งเกลียด แต่โดยมากแล้วถ้าผมทำตัวธรรมดาคงไม่มีใครเกลียดผม มีแต่การชื่นชมและชื่นใจ แต่เมื่อเราอยู่บนแผ่นดินไทยนี้ สิ่งที่เราเห็นมันไม่ถูกต้องกับสังคมบ้านเรา แล้วยิ่งไม่มีใครมาสนใจ ไม่มีใครเข้ามาเยียวยารักษาให้มันดีขึ้น มีแต่จะเลวลง ผมคิดว่าถึงแม้จะมีความสุขมีแต่คนรัก ผมคงไม่สบายใจกับสิ่งที่เราเทิดทูนมาตลอดชีวิตของเรา และครอบครัวตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายก็สอนให้เรารักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่พระองค์ท่านกำลังถูกย่ำยีจากคนที่มีจิตใจที่เลวทรามจากคนเหล่านี้ ผมเลยอยู่ไม่ได้”


อดีตพระเอกชื่อดังอธิบายว่า ถึงแม้จะมีประชาชนที่รักและชื่นชม แต่ขอประนาฌกลุ่มคนที่ให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ “เขาจะโกรธผมจะเกลียดผม ผมก็ไม่แคร์ เพราะรู้ว่าคนส่วนใหญ่เทิดทูนรักพระองค์ท่าน แต่ว่าคนส่วนน้อยๆ ไม่ต้องมารักไม่ต้องมาชื่นชมผม แต่คุณออกมาทำในลักษณะเช่นนี้ผมว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะคนไทยอีกกี่สิบล้านคนที่ต้องทนคนพวกนี้ที่มีความคิดอุบาทของมันมาเขียนว่าพระองค์ท่าน เอารูปมาตัดต่อผมดูแล้วมันเลวทรามมาก ทนไม่ได้เลยต้องออกมาเปิดตัวว่าแบบนี้ถึงจะเกลียดจะโกรธก็ไม่เป็นไร ถือว่าผมอยู่บนโลกนี้ได้ด้วยความถูกต้องไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน ฉะนั้นคุณจะด่าหรือคุณจะขับไล่ใครผมไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว ที่ผ่านมาการเมืองจะร้อนขนาดไหนก็ไม่เคยไปยุ่งไม่เคยไปเวทีทั้งเหลืองทั้งแดง ซึ่งสิ่งที่ทนไม่ได้คือ อย่ามาแตะต้องพระองค์ท่าน ขอไว้สถาบันพระมหากษัตริย์คุณอย่ามาแตะต้อง ผมทนไม่ได้ ยังไงทั้งชีวิตผมตายก็ยอม” ยืนยันที่ออกมาไม่ได้สร้างภาพเขาเลยเปรียบกรณีมีคนเคยบอกว่ามาทำงานให้กับร่วมกตัญญูเป็นสร้างภาพแต่ความจริงก็ปรากฎที่ได้ช่วยสังคมมาถึงวันนี้เป็นเวลา 25 ปีแล้ว


//ไม่เคยเนรคุณแผ่นดิน

ข้อความที่เขียนตอบโต้ในเฟชบุ๊คไม่มีใครมาข่มขู่ หรือเดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ได้กลัวใครจะมาทำร้าย “เรื่องขู่ไม่มีเลยมีแต่ด่า(หัวเราะ) มาว่าผมทำไมอกตัญญูต่อประชาชนที่เขารักคุณ ที่เขาชื่นชมคุณ ถามหน่อยผมอกตัญญูอะไร ผมทำงานในวงการบันเทิงมา 26 ปี ทำเพื่อใคร ผมก็ทำเพื่อประชาชน ประชาชนมีพระคุณทำให้เป็นบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ได้ทุกวันนี้ แต่อย่าลืมว่าที่ผมออกมาด่าก็ไม่ได้ว่าประชาชน แต่ว่าพวกสัตว์นรกทั้งหลายที่มันทำสิ่งไม่ดีต่อสถาบันฯ โดยส่วนรวมแล้วคนไทยเทิดทูนพระมหากษัตริย์แล้วคุณมาทำในแนวนี้อกตัญญูตรงไหน แทนที่จะดีใจด้วยซ้ำไปว่าเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ กลับมาด่าผมทำไม(หน้าตาฉุนเฉียว) ประชาชนรู้อยู่แล้วว่าผมทำอะไร สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย วาตภัย ตึกถล่ม แก๊สระเบิด ไฟไหม้ผับ หรือสึนามิ


ผมก็อยู่ในเหตุการณ์หมด ผมไม่ได้อยู่วันสองวันแต่ผมอยู่กับเขาเป็นอาทิตย์ บางที่ก็เป็นเดือนสองเดือน ผมทุ่มเทเสี่ยงตาย ถึงแม้ตัวจะตายก็ไม่เป็นไรถ้าได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผมอกตัญญูตรงไหน ผมไม่เคยไปขอเงิน หรือเรี่ยรายเงินใคร มีแต่เอาเงินส่วนตัวจ่ายออกไปให้พี่น้องประชาชน ยิ่งช่วงน้ำท่วมผมก็ช่วยหมดเงินไปเป็นล้าน ถามว่าผมได้อะไร


“เขามาด่าผมเพราะไปขัดการทำงานของพวกเขาที่คิดไม่ดีต่อพระมหากษัตริย์ คนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มน้อย ผมยืนยันเลยว่าไม่เคยว่าคนที่ทำพี่น้องเสื้อแดงเลย เพราะผมรู้ว่าคนเสื้อแดงก็รักในหลวง มีคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่คิดอย่างนั้น คนกลุ่มนี้พยายามเอาพี่น้องเสื้อแดงทั้งหมดมารวมด้วย เพื่อว่าจะมีคนมากๆ มาช่วยกันถล่มผมเยอะๆ(ยิ้ม) เพื่อให้มาเกลียดผม แต่เขารู้ว่าไม่เคยว่าพี่น้องเสื้อแดงเลย ที่ผ่านมาเข้าไปช่วยพี่น้องเสื้อแดงในทุกพื้นที่ในหลายๆจังหวัด หลายๆอำเภอ มีตำบลมีธงแดงติดไว้หน้าบ้านผมก็เข้าไปในบ้านเขาก็เห็นติดภาพในหลวงพระราชินีกันหมด แต่มีบางกลุ่มมาบอกว่าพี่น้องเสื้อแดงทุกบ้านเอารูปพระองค์ลงหมด แล้วพูดแบบนี้ทำไม คนพวกนี้แหละที่ทำความแตกแยกให้กับประเทศไทย เอาสมองส่วนไหนคิดที่จะมาลบล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเลยบอกไปว่าใครล้มเจ้าเจอกู

คำพูดของผมไม่แรง ผมเป็นคนไทย รวมถึงคนไทยอีกหลายๆคนที่รู้สึกแบบนี้ ผมลุกขึ้นมาต่อสู้ก็มีแนวร่วมเป็นจำนวนมาก เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีใครที่กล้าลุกขึ้นต่อสู้กับคนพวกนี้ ผมไม่กลัวแต่ขอให้คนพวกนี้ออกมาเลย เปิดตัวมาเลยผมสว่างอยู่แล้วไม่มีอะไรแอบแฝงไม่คิดที่เล่นการเมือง แต่ด้วยหัวใจบริสุทธิ์ของคนไทยคนหนึ่งที่เทิดทูนพระองค์ท่าน บ้านผมทุกคนรักพระองค์ท่าน หวงแหนพระองค์ท่านตลอด แม้แต่เพื่อนผมหลายๆคนเสื้อแดง หรือญาติผมหลายคนก็เสื้อแดง เขาก็รักพระองค์ท่าน เขาอึดอัดมากที่เอาเขาไปรวม เสื้อแดงเขาจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านมาก อย่างเพื่อนผมคุณตั้ว(ศรัญญู วงศ์กระจ่าง) คุณอ๊อฟ(พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เขาชัดเจนมากที่จะเดินไปเส้นทางการเมือง สังเกตผมไหมว่าไม่เคยไปเวทีใครเลย เสื้อแดงจะมีการเผาอะไรตรงไหนก็ไม่เคยวิจารณ์อะไร พอผมเข้าไปในโลกออนไลน์เห็นข้อความต่อว่าพระองค์ท่านผมทนไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมา จริงๆผมไม่ได้ว่าคนเสื้อแดงทำ แต่ผมว่าพวกสัตว์นรกที่มันทำ ผมบริสุทธิ์ใจมากกับสิ่งที่ทำ ไม่เห็นด้วยพวกที่กำลังทำความชั่วอยู่ในเวลานี้ ขอให้ประชาชนตัดสินใจเองเถอะว่าสิ่งที่ผมทำมันถูกต้องไหม ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆลุกขึ้นมาประกาศเป็นศัตรูกับคนเหล่านั้นไม่ใช่เลย ผมโผล่ขึ้นมาเพราะเป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักในหลวงที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนมาทำกับพระองค์ท่านแบบนี้

ผมไม่เคยประกาศว่าจะเป็นศัตรูกับคนเสื้อแดง เพราะเพื่อนผมญาติผมก็เป็นคนเสื้อแดง เพื่อนๆผมก็อยู่ในรัฐบาลนี้หลายคน ผมอยากบอกว่าผมเป็นกลางผมไม่มีสี แต่ผมมีสีในหลวงเท่านั้น คนกลุ่มนี้ทำไม่ดีผมเลยต้องด่า(หัวเราะ) คุณจะไล่ใครก็ได้แต่อย่ามาแตะพระองค์ท่านเท่านั้นพอ”

ทว่าวันนี้อดีตพระเอกชื่อดังได้ประกาศตัวที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จึงเรียกร้องให้ทุกคนที่รักในหลวงออกมาแสดงตัว “ผมว่าทุกคนต้องสามัคคีออกมาปกป้องพระองค์ท่านอย่าไปกลัวเมื่อเราบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเสื้อเหลือง พี่น้องเสื้อแดงที่รักในหลวงก็ให้ออกมา เพราะดวงใจเราคือในหลวง มาจับมือกันให้เห็นเลยว่าเสื้อแดงเสื้อเหลืองก็รักในหลวง แล้วหยุดเรื่องการเมืองอย่าเพิ่งไปคิดมัน ออกมาให้เต็มพื้นที่ประเทศไทยเลย ให้พวกที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ได้รู้ไว้ว่าคนไทยรักหลวงมากแค่ไหน” เขาย้ำว่าอย่าไปเหมาว่าคนเสื้อแดงไม่รักในหลวงเหมือนกลุ่มคนที่กำลังคิดทำร้ายสถาบัน


//ยอมตายแทนในหลวง

มีหนังสือเล่มหนึ่งเคยถามคุณบิณฑ์ว่า มีสองคนให้เลือกหากยอมตายได้ คำตอบที่ทำให้หลายคนต่างชื่นชมในความคิดของเขา เพราะคนแรกที่เลือกคือ คุณแม่ และคนที่สองคือในหลวงที่เขายอมสละด้วยชีวิต “ผมกล้าพูดเลยว่าทุกวันนี้เป็นอะไรขึ้นมาผมยอมตายได้เพื่อในหลวง ตั้งแต่มีชีวิตมาผมเห็นคุณพ่อรับราชการไปรษณีย์จนมาเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ 45 ปี คุณพ่อไม่เคยลางาน บนโต้ะทำงานของคุณพ่อจะมีภาพในหลวง แล้วด้านหลังจะมีภาพในหลวงกับสมเด็จพระราชินีรูปใหญ่ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ต้องบอกใคร หลายๆคนทำงานเพื่อในหลวงจริงๆ เพราะพระองค์ทรงงานหนักมาเหนื่อยแสนเหนื่อย วันนี้พระองค์ท่านป่วยแต่ท่านก็ยังทรงงานอยู่ ผมคิดว่าในโลกนี้นอกจากคุณพ่อคุณแม่ก็ยังมีในหลวงที่ผมศรัทธาได้ขนาดนี้ทุกครั้งที่ออกไปทำงานผมจะระลึกนึกถึงพระองค์ท่านตลอด บางครั้งทำงานเหนื่อยมากๆ ก็นึกถึงพระองค์ท่านทำงานหนักกว่าเราอีก เราต้องสู้ทำให้ได้ ผมจะทำงานเพื่อสังคมต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไหม้ ผมเดินตามถนน เดินบนตลาดเห็นภาพพระองค์ท่านจากหนังสือพิมพ์ตกอยู่ที่พื้นมีคนเดินผ่านไปมาแล้วเหยียบผมก็จะหยิบขึ้นมาแล้วก็ยกมือไหว้ก่อนนำไปไว้ที่สูงกว่า(มาถึงช่วงนี้คุณบิณฑ์น้ำเสียงสั่นเครือถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่)


บางครั้งเห็นเหรียญสลึงไม่มีใครสนใจ ผมรู้ว่าคนที่เห็นอาจมองเหรียญนั้นไม่มีค่า แต่มันมีค่าสำหรับผมมาก พระองค์ท่านอยู่ในเหรียญๆนั้น ผมจะหยิบเหรียญนั้นมาไว้ที่สูงกว่าพื้น ไม่รู้ใครจะว่ายังไงแต่ผมยอมไม่ได้ที่ใครจะมาทำร้ายพระองค์ท่าน ครอบครัวผมก็รักในหลวงทุกคน ถ้ามันจะตายผมก็ภูมิใจที่ได้ตายแทนพระองค์ท่าน ผมรักท่านมาก(มาถึงประโยคนี้น้ำเสียงยิ่งสั่นเครืออีกครั้ง) ผมคิดว่าชีวิตที่เหลืออยู่ผมจะทำให้ดีที่สุด จะต่อต้านคนที่มันทำร้ายพระองค์ท่านตลอดชีวิตผม คนเราเกิดมามันตายทุกคน แต่ตายยังไงให้มีเกียรติให้มันสมศักดิ์ศรีที่เกิดมาเป็นคนไทย ทุกคนรักในหลวงแล้วผมก็คนหนึ่งที่รักในหลวง” ระหว่างนั้นคุณบิณฑ์ได้นำหนังสือภาพของในหลวงที่ซื้อเก็บเอาไว้ออกมาเปิดโชว์ให้ดู


///เห็นด้วยแก้มาตรา 112 ?...

ภายหลังจากคณะนิติราษฎร์เข้าร่วมงานเปิดตัว คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยโทษฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แล้วยังเสนอให้พระมหากษัตริย์สาบานตนว่าจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญก่อนเข้ารับตำแหน่ง พร้อมยกเครื่องประเทศด้วยการปฏิรูปสถาบันหลักของชาติครั้งใหญ่ ทั้งกองทัพ ศาล และองค์กรอิสระ โดยกองทัพต้องอยู่ภายใต้อำนาจและคำสั่งของฝ่ายการเมือง ประธานศาลฏีกาและเหล่าตุลาการทั้งหลายต้องอยู่ภายใต้คณะรัฐมนตรีแทนที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ และให้ยกเลิกองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย จนถูกคนไทยออกมาต่อต้านอย่างหนักอยู่ในเวลานี้


“ถ้าคุณคิดว่าประเทศชาติต้องมี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มาตรา 112 คุณไม่ต้องไปยุ่งเลย ถ้าคุณไม่คิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่จริงๆ ผมอยากให้แก้มาตรา 112 ไปแก้จากที่ระบุว่าจำคุก 5 ปี แก้เป็นประหารชีวิตไปเลย(น้ำเสียงซีเรียส) จะได้ไม่ต้องไปต่อต้านพระองค์ท่าน เราเคยอยู่กันมาเป็นสองร้อยสามร้อยปีได้ไม่เห็นต้องมายุ่งเกี่ยวอะไรกับตรงนี้เลย ตั้งแต่ปี 2475 ที่เรามีรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยก็ไม่เห็นต้องมีใครมาทำอะไรเลย ผมว่าคราวนี้มันต้องมีนัยยะอะไรบางอย่างที่ต้องมาจัดการเกี่ยวกับพระองค์ท่าน แต่ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงๆคุณไม่ต้องไปยุ่งมาตรา 112 ไปแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนหลังจากน้ำท่วมที่ผ่านมาก่อนดีไหม ไปดูสภาพจิตใจหลังจากน้ำลดแล้วเขาเป็นยังไงไปช่วยก่อนไม่ดีกว่าหรือรัฐบาล(ทำเสียงเข้ม) กับแค่เงินชดเชย 5,000 บาทมันพอยาใส้อะไร


ยังมองไม่ออกเลยว่าถ้าประเทศชาติไม่มีในหลวงประเทศชาติเราจะเป็นยังไง วันนี้เราต้องสามัคคีกันอย่าทำให้พระองค์ท่านหนักใจอีกเลย ผมออกมาตรงนี้เพราะเป็นประชาชนของพระมหากษัตริย์ ผมช่วยทุกคนทุกสีแล้วขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่าผมจะเป็นศัตรูกับคนที่คิดล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ยอมไม่ได้ ใครที่คิดว่าผมเข้ามาขัดขวางในการล้มล้างสถาบันฯอย่าหน้าตัวเมียออกมาสู้ซึ่งๆหน้า ผมอยู่ที่สว่างแล้วยังไงออกมาเลยผมรออยู่” แม้ออกมาแสดงตัวปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เขายังมีแม่ให้การสนับสนุนอีกแรง


//ถูกแบนหนัง “ปัญญา...เรณู”

ภายหลังที่คุณบิณฑ์ ได้เขียนข้อความโต้ตอบกับกลุ่มคนที่ให้ร้ายในหลวงในเฟซบุ๊ค จนถูกกระแสต่อต้านภาพยนตร์เรื่อง"ปัญญา…เรณู ภาค2" ที่เขาเป็นผู้กำกับการแสดง โดยมีการกล่าวหาว่าเป็นการนำเสนอเรื่องราวที่ดูถูกชาวอีสาน

"เรื่องหนังของผม..ผมทำหนังมาเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย..ใครจะดูหรือไม่ดูก็เรื่องของพวกเค้า..หนังจะไม่ได้เงินหรือได้เงินมันก็เรื่องของผม เพราะมันเป็นเงินของผม พวกเขาพยายามทำให้หนังผมเจ๊ง แต่รู้ไหมว่าภาคอีสานที่มีการฉายหนังปัญญาเรณูต้องเอากระสอบมาใส่เงินเลย เพราะปกติถ่ายวันละ 6 รอบ 7 รอบ ก็เพิ่มเป็น 12 รอบ บางวันมีถึง 15 รอบ คุณอย่ามามองว่าคนอีสานเขาไม่มีความคิด พี่น้องชาวอีสานฉลาดรู้ทันทุกสิ่งทุกอย่าง การไปพูดหลอกลวงเขาพวกเขาก็ไม่เชื่อหรอก

"จะแบนหนังของผมมันก็ทำอะไรผมไม่ได้ มันบอกว่าหนังห่วยๆไปดูทำไม แต่คนที่บอกว่าหนังของผมห่วยๆ เขาก็เคยชมหนังปัญญาเรณูภาคแรกดี แต่พอผมมาสกัดกั้นในการลบล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ก็มาว่าหนังผมห่วยอีก เนี่ยไงมันสัตว์มนุษย์ พวกคุณจะไม่ดูหนังผมก็ไม่เป็นไร ก็ไม่ได้อยากให้พวกคุณดูอยู่แล้ว หนังก็ไม่คู่ควรกับพวกเขาอยู่แล้ว แต่ทำให้คนดีๆ ที่ศรัทธาในตัวผม เขารู้ว่าผมไม่เคยทำอะไรต่ำช้าให้กับสังคมมาด่ามาผม จึงไม่มีอะไรให้พวกเขามาขุดคุ้ย แต่แปลกยิ่งว่าหนังของผมก็ยิ่งมีคนมาเยอะ(หัวเราะ) การแบนหนังผมตรงนี้จึงไม่มีผลอะไรกับตัวผม” แม้มีกระแสต้านการชมภาพยนตร์ปัญญา...เรณู ภาค 2 ก็ไม่ได้ทำให้พระเอกคนนี้ย่อท้อที่มีความมุ่งมั่นเตรียมสร้างภาค 3 และ 4 ต่อไป และไม่ลืมที่จะตอบแทนแผ่นดิน ยืนยันจะเป็นประชาชนของพระมหากษัตริย์คนหนึ่งที่คอยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จนกว่าชีวาวาย...

วัน อยู่บำรุง Mr.Airport Link -มือปราบมาเฟีย???




นิตยสาร WhO?

เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง


วัน อยู่บำรุง

Mr.Airport Link -มือปราบมาเฟีย???


ก่อนหน้านี้เคยได้รับเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ทอยเล็ต แอมบาสเดอร์ เป็นที่ฮือฮากันไปแล้ว มาคราวนี้ใครมีโอกาสเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิด้วยAirport Link ก็ไปเจอะป้ายของ Mr.Airport Link ที่กล่าวสวัสดีปีใหม่ให้กับผู้โดยสาร หลายคนเดินผ่านเป็นต้องหยุดมองต่างก็ต้องอมยิ้มไม่นึกว่าหนุ่มมาดเข้มจะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เสมือนเพื่อนร่วมเดินทางให้กับผู้โดยสาร


โดยตำแหน่งนี้ กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แต่งตั้ง “วัน อยู่บำรุง” เป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อให้ลุยแก้ไขปัญหาต่างๆ ในด้านการบริการให้สมบูรณ์เตรียมรื้อโครงสร้างเชิงพาณิชย์ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มจุดเข้าออกสถานี จัดระบบจราจร ปรับภูมิทัศน์ ทำทางเดินเชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดิน จัดรถกอล์ฟรับส่งผู้โดยสารภายในสถานี ติดตั้งบันไดเลื่อนเพิ่มทุกสถานี เพิ่มความถี่ขบวนรถ

หน้าที่นี้ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ปราบมาเฟียในแอร์พอร์ตลิงค์ด้วย


“ผมจะเข้าไปปราบมาเฟีย เพื่อไม่ให้บุคคลใดเข้ามาหาผลประโยชน์จากคิวแท็กซี่ และในระยะต่อไปจะเปิดให้รถแท็กซี่ที่เข้ามารับส่งผู้โดยสารภายในสถานีมักกะสัน ลงทะเบียนข้อมูลประวัติคนขับ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้โดยสาร” มาเฟียได้้ฟังแบบนี้เป็นต้องร้อนๆหนาวๆ แต่ผู้โดยสารฟังแบบนี้คงอุ่นใจขึ้นแยะ


ล่าสุด จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม เลยแต่งตั้งให้ วัน อยู่บำรุง ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม เข้าไปคุมวินรถจักรยานยนต์ ภายหลังมีกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กว่า 150 คน เข้าร้องขอความเป็นธรรมให้แก้ไขปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลซึ่งมีทั้งตำรวจ และทหารเข้ามาเรียกเก็บค่าคุ้มครอง เรื่องนี้คงยอมไม่ได้ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีผู้เป็นพ่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพราะส่วนใหญ่คนเหล่านี้เป็นคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจะไม่ทอดทิ้งเด็ดขาด เอานะ บทบาทใหม่ทั้งหมดของคุณวัน อยู่บำรุง จะได้ใจประชาชนแค่ไหนเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์...


วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

ขอความรัก คู่ครอง อธิษฐานขอที่ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก




นิตยสาร WhO?

เรื่อง สุทธิคุณ​ กองทอง ภาพ พัฒนฉัตร มุลวงศ์ศรี


ขอความรัก คู่ครอง อธิษฐานขอที่ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก


ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ริมท่าน้ำวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.คลองสวนพลู พระนครศรีอยุธยา ซึ่งชาวจีนเรียกกันว่า ศาลเจ้าแม่อาเนี้ย มีประวัติความเป็นมายาวนาน ที่ถ่ายทอดกันฟังในหมู่คนกรุงเก่า ถือเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งที่ดลบันดาลประทานโชคเรื่องคู่ให้หนุ่มสาวมามากมาย


ตามตำนานเล่าว่าพระเจ้ากรุงจีนได้พระราชทานพระราชธิดาที่มีชื่อว่าเจ้าหญิงสร้อยดอกหมากให้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสายน้ำผึ้งกษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา โดยจัดกระบวนเรือสำเภาส่งเสด็จพระนางมาสู่กรุงอโยธยาทางชลมารค เมื่อขบวนเรือมาถึงทรงไม่เห็นคู่หมั้นหมายมารับ จึงน้อยพระทัยที่ไม่ได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ และไม่ยอมเสด็จลงจากเรือ

ครั้นเมื่อพระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จลงเรือมาเชิญว่าที่เจ้าสาวเอง ทำให้พระนางตัดพ้อต่อว่า ข้างว่าที่เจ้าบ่าวก็สัพยอกว่า "เมื่อไม่อยากขึ้นก็จงอยู่ที่นี่เถิด" ฝ่ายหญิงได้ฟังยิ่งน้อยพระทัย จึงกลั้นลมหายใจตายบนลำเรือนั้น

พระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงโทมนัสยิ่ง ทรงปลงพระศพของพระนาง และตั้งศาลขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักและอาลัยต่อพระนาง มีผู้สันนิษฐานว่าชื่อของวัดพนัญเชิงนี้อาจมาจาก คำว่า พระนางเอาเชิง หรือพระนางทำเชิง และศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ได้กลายเป็นที่เคารพรำลึกถึงพระนาง และเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนสืบมา

ความเชื่อและวิธีการบูชา

เชื่อกันว่าเจ้าแม่สร้อยดอกหมากจะดลบันดาลให้ผู้มากราบไหว้ขอพรมีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องความรักและคู่ครอง ถ้ามีจิตใจที่แน่วแน่ มั่นคง มักจะสมหวังดังใจปรารถนาทุกราย หรือคนอยากมีบุตรก็มาขอพรเช่นกัน เมื่อสมหวังดังที่ขอแล้วจะนำผ้าแพร ไข่มุก เรือสำเภาจำลอง หรือนำสิงโตมาเชิดถวาย ตามที่บนบานไว้

น้ำท่วมไทยเพราะกรรมอะไรหนอ ? ปัญหาธรรม…อรัญญา มาลีนนท์ ยสา



นิตยสาร WhO?

เรื่อง : ว.วชิรเมธี ภาพ : กองบรรณาธิการ

/// น้ำท่วมไทยเพราะกรรมอะไรหนอ ?

ปัญหาธรรม…อรัญญา มาลีนนท์

เป็นทัพหลังดูแลทุกข์สุขของวิก 3 พระราม 4 อย่างอบอุ่นเสมือนครอบครัวเดียวกัน มาดามหลี-อรัญญา มาลีนนท์ ศรีภรรยาของ คุณประวิทย์ มาลีนนท์ บิ๊กบอสสถานีวิทยุโทร ทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยังชอบทำบุญ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เป็นการสะสมบุญไว้ไปใช้ในภพหน้า

ด้วยความที่เป็นคนใจบุญ ทำให้เธอกลับมาคิดทบทวนถึงเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมาว่าเป็นเรื่องกรรมอย่างไร เธอจึงมีคำถาม (ปุจฉา) ถึง พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย ว่า

“คนที่ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเพราะมีกรรมอะไร น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้หนักมาก บางคนถูกน้ำท่วมหนัก บางคนไม่ถูกน้ำท่วม แม้จะอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกัน”

พระมหาวุฒิชัย วิสัชนา

น้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมามีสาเหตุจากปัจจัยหลายประการ เท่าที่มีผู้อธิบายไว้ พอสรุปดังนี้

1.มวลน้ำมีมากกว่าปีอื่นๆ เพราะนอกจากน้ำฝนที่ตกตามปกติแล้ว ยังมีน้ำฝนจากอิทธิพลของพายุอีกหลายลูก

2.การบริหารจัดการน้ำผิดพลาด

3.การสร้างบ้าน โรงงาน ถนน ปิดทางน้้ำ

4.การไม่เตรียมการขุดลอกคูคลองสำหรับรองรับการไหลของมวลน้ำ

5.การแตกความสามัคคีของคนไทยโดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไข

ปัญหาเหล่านี้คือ “กรรมร่วม” ของคนไทยทั้งประเทศ ที่เป็นสาเหตุให้รับกรรมร่วมกันอย่างถ้วนหน้า

ส่วนผู้ที่น้ำไม่ท่วมก็อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าจะปลอดภัย เพราะจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ต่างยืนยันตรงกันว่า ปริมาณน้ำยังคงไม่ลดลง แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปอีกหลายปี

ดังนั้น ทางแก้คือ ต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

ที่ผ่านมานั้นคนไทยมีความประมาท เชื่อมั่นอย่างผิดๆ ว่า เมืองไทยนี้ เป็นเมืองของผู้มีบุญ มีเทวดารักษา ไม่เกิดวิกฤตร้ายแรง ความเชื่ออย่างนี้ ทำให้ไม่รู้จักวางแผนรับมือกับอนาคตในระยะยาว เวลาเกิดปัญหาขึ้นมาก็คิดเพียงว่า จะไม่เลวร้ายถึงที่สุด เพราะมีเทวดาจะช่วยรักษาไว้ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า ทำไมในรอบหลายปีนี้ เมืองไทยจึงมีวิกฤตครั้งแล้วครั้งเล่า เทวดาผู้วิเศษไปหลบลี้หนีหน้าอยู่ที่ไหน ทำไมจึงปล่อยให้คนไทยตกระกำลำบาก

การฝากชะตากรรมของคนทั้งประเทศไว้กับเทพยดาอารักษ์เพียงอย่างเดียวนั้น เป็นความประมาทอย่างยิ่ง เพราะทำให้เราไม่รู้จักลุกขึ้นพึ่งพาตนเอง ทำให้ไม่รู้จักวางแผนรับมือกับอนาคตภัย

การบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลแต่ละชุดที่ผ่านมา ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เภทภัยทั้งหลายถาโถมเข้าใส่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง การบริหารประเทศในลักษณะ “วันต่อวัน” ทำให้ไม่มีการวางมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างยั่งยืน เกิดปัญหาคราวหนึ่งแก้กันทีหนึ่ง ประชาชนจึงไม่เกิดการเรียนรู้ ไม่เกิดการสั่งสมภูมิปัญญาเพื่อรับมือ ผลก็คือ แม้วิกฤตจะเกิดบ่อยๆ แต่ทักษะในการจัดการกลับไม่ดีขึ้น

สังคมไทยของเรานั้น ทุกวันนี้เป็นสังคมที่อ่อนแอมาก หากเปรียบเป็นคนคงป่วยอมโรคจนงอมพระราม จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ พอสุขภาพของสังคมอ่อนแอเป็นทุนเดิม เจอภัยธรรมชาติเข้าหน่อย ภัยน้อยๆ เลยเป็นภัยหนักขึ้นทันที

หากจะถามว่าที่น้ำท่วมคราวนี้เป็นเพราะกรรมอะไร ตอบได้ว่า เป็นเพราะความประมาท การขาดสติของคนไทยร่วมกันนั่นเอง

ส่วนบ้านของคนที่ไม่ถูกน้ำท่วมนั้น เป็นเพราะว่า อยู่ในชัยภูมิที่ดี หรืออยู่ในจุดที่รัฐบาลพยายามรักษา เพราะเป็นย่านใจกลางของเศรษฐกิจ ไม่ใช่เป็นเพราะทำบุญมาแต่ปางก่อน แต่เป็นเพราะว่า ถ้าปล่อยให้ท่วมรัฐบาลจะจมไปพร้อมๆ กับน้ำที่ปล่อยให้ท่วมย่านเศรษฐกิจนั่นเอง

น้ำท่วมคราวนี้ สิ่งที่เราควรทำ ไม่ใช่แค่การทำบุญประเทศ หรือสวดมนต์ร่วมกันแล้วจบ แต่ควรหาวิธีสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ร่วมกันทั้งประเทศว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และในอนาคตจะไม่เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร ขอฝากทุกฝ่ายด้วยว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วม ต้องทำอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ทำแบบนักการตลาดที่เน้นแก้ปัญหาด้วยการแก้ภาพลักษณ์ให้ดูดี แต่ปัญหาจริงๆ ยังไม่เคยได้รับการแก้ไข ประเทศไทยของเรานั้นถึงจุดตกต่ำ จนไม่รู้ว่าจะต่ำอย่างไรแล้ว ในรอบหลายปีมานี้ จากนี้เป็นต้นไปต้องช่วยกัน “ยกใจขึ้นบก” เลิกเห็นแก่ตัว เลิกเห็นแก่หน้า เลิกเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง หันมาจับมือกันเร่งฝ่าฟันปัญหา หลอมรวมใจสร้างสังคมไทยที่สงบร่มเย็นขึ้นใหม่ หาไม่แล้วมวลน้ำไหลมาอีกระลอก–– เราจะเจ็บหนักยิ่งกว่านี้หลายเท่า

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

“รางวัลเมขลา” ครั้งที่ 24ประจำปี 2554 และมอบรางวัล “ดาวเมขลา”ครั้งที่ 1 ที่ใช้ชื่อโครงการว่า “รวมใจภักดิ์ รักแผ่นดิน เทิดไท้องค์ราชัน”
















































รางวัลแด่คนคุณภาพ

ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานประกาศรางวัลผลงานดีเด่นทางโทรทัศน์ “รางวัลเมขลา” ครั้งที่ 24ประจำปี 2554 และมอบรางวัล “ดาวเมขลา”ครั้งที่ 1 ที่ใช้ชื่อโครงการว่า “รวมใจภักดิ์ รักแผ่นดิน เทิดไท้องค์ราชัน” เพื่อเป็นการส่งเสริมบุคคลดีเด่น ผู้ทรงคุณประโยชน์ต่อชาติ สังคมและแผ่นดิน



อาทิ รศ. ดร. เสรี วงษ์มณฑา, ดร.เกล้าสรวง สุพงษ์ธร,ทิพย์สลาลี สุพงษ์ธร,มนวิภา ประชันคดี, ดาวใจ ไพรจิตร โดยมีเอิร์ธ สายสว่าง ร่วมแสดงความยินดี ซึ่งจัดโดยนายชาตรี ศรียาภัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย ณ หอประชุมมงคลอาภากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร




---

Earth Saiswang “เอิร์ธ สายสว่าง”.